<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรงเรียนรับขวัญ</title>
	<atom:link href="https://www.rubkwanschool.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.rubkwanschool.com</link>
	<description>โรงเรียนดนตรี สำหรับเด็ก</description>
	<lastBuildDate>Mon, 28 Mar 2016 08:43:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.38</generator>
	<item>
		<title>(ความรู้ทั่วไป) เทคนิคการเรียนเก่ง 7 ข้อ จากหนูดี</title>
		<link>https://www.rubkwanschool.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2/</link>
		<comments>https://www.rubkwanschool.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 10 Nov 2012 14:45:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[main]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rubkwanschool.com/?p=142</guid>
		<description><![CDATA[เทคนิคการเรียนเก่ง 7 ข้อ จากหนูดี

ข้อที่ 1 : พกปากกาสี  12  สี  ติดตัว

ทฤษฎีสี กล่าวไว้ ว่า สีจะสามารถเพิ่มการจดจำเนื้อหาต่าง ๆ ได้มากกว่า สีน้ำเงินที่เขียนตามปกติ จึงควรซื้อปากกาสีต่าง ๆ ติดตัวไว้ เวลาอ่านหนังสือก็ใช้ปากกาสีในการจดเนื้อหา ของ stabio ก็ดีนะ ทนหลายปีเลย

* สำหรับคนที่กลัวว่าจะจดไม่ทันก็ใช้วิธีจดเฉพาะเนื้อหาสำคัญพร้อมกับบันทึกเสียงไปพร้อม ๆ กัน แค่นี้ก้อสามารถจดจำได้แล้วล่ะ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.rubkwanschool.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2/ov/" rel="attachment wp-att-147"><img class="alignnone size-medium wp-image-147" title="ov" src="http://www.rubkwanschool.com/wp-content/uploads/2012/11/ov-483x500.jpg" alt="" width="483" height="500" /></a></p>
<p><strong>เทคนิคการเรียนเก่ง 7 ข้อ จากหนูดี</strong></p>
<p>ข้อที่ 1 : พกปากกาสี? 12? สี? ติดตัว</p>
<p>ทฤษฎีสี กล่าวไว้ ว่า สีจะสามารถเพิ่มการจดจำเนื้อหาต่าง ๆ ได้มากกว่า สีน้ำเงินที่เขียนตามปกติ จึงควรซื้อปากกาสีต่าง ๆ ติดตัวไว้ เวลาอ่านหนังสือก็ใช้ปากกาสีในการจดเนื้อหา ของ stabio ก็ดีนะ ทนหลายปีเลย</p>
<p>* สำหรับคนที่กลัวว่าจะจดไม่ทันก็ใช้วิธีจดเฉพาะเนื้อหาสำคัญพร้อมกับบันทึกเสียงไปพร้อม ๆ กัน แค่นี้ก้อสามารถจดจำได้แล้วล่ะ</p>
<p>ข้อที่ 2 : ใช้สมุด note ที่ไม่มีเส้น</p>
<p>การใช้สมุด note ที่มีลายเส้นนั้นเหมือนเราอยู่แต่ในกรอบเส้นนั้น แต่ถ้าใช้สมุด note ที่ไม่มีเส้นนั้นจะทำให้เราไม่มีกรอบในการเขียน เราอยากเขียนอะไรก็อยากเขียนได้ทั้งนั้น? ปัจจุบันหาซื้อยาก ต้องลองหาแถว ร้านขายสมุดวาดรูปดูน่ะ</p>
<p>ข้อที่ 3 : บันทึกงานออกมาในรูป Mind Map Or Pic.</p>
<p>ถ้าเราอ่านหนังสือการ์ตูนตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว กับอ่านหนังสือ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราจะสามารถจดจำการ์ตูนได้มากกว่า? เวลาจดเนื้อหาบางอย่างอาจจะจดในรูปแบบ Pic. จะสามารถจดจำได้มากกว่า</p>
<p>การบันทึกงานในรูปแบบของ mind Map จะเป็นการแบ่งเรื่องหัวข้อใหญ่ต่าง ๆ เพื่อใช้ในการอ่าน อาจใช้ mind map เป็นรูปก็ได้</p>
<p>ข้อที่ 4 : Mp3</p>
<p>เราควรจะมี mp3 เพื่อใช้ในการบันทักเสียงเวลาที่คุณครูสอนแต่ไม่สามารถฟังและเก็บเกี่ยวเนื้อหาได้ครบทุกอย่าง</p>
<p>หากเราอัดไว้ก็จะสามารถย้อนกลับไปฟังได้ หลาย ๆ ครั้ง ก่อนสอบ</p>
<p>ข้อที่ 5 : เอาใจครู</p>
<p>เอาใจครูในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเอาอกเอาใจครู หมายถึง ทำตัวตามสไตร์ที่คุณครูชอบ เพื่อเพิ่มความชอบของคุณครูในตนเอง</p>
<p>เวลาเราชอบครูคนไหนก็อยากเรียนกับครูคนนั้น อยากส่งงาน ครู อยากเจอหน้าครู ก็จะทำให้เรียนเก่งยิ่งขึ้น เพราะเราอยากเรียนวิชานั้น ๆ</p>
<p>ข้อที่ 6 : พูดคุยกับปากกา</p>
<p>ก่อนสอบ หรือก่อนเขียนงานเราควรพูดคุยกับปากกาบ้าง? คุณหนูดี ก็ใช้วิธีนี้จนเรียนจบปริญญา</p>
<p>ข้อที่? 7 : นั่งหน้าห้อง</p>
<p>นั่งหน้าห้องจะสามารถทำให้เราได้ยินมากกว่าคนที่นั่งข้างหลังเรา เห็นชัดกว่าคนข้างหลังเราและสามารถถามครูได้มากกว่า ซึ่งมันเป็นที่แน่นอนอยู่แล้ว</p>
<p>ข้อมูลจาก?<a href="http://blog.spu.ac.th/">http://blog.spu.ac.th/</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.rubkwanschool.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประโยชน์ของดนตรี</title>
		<link>https://www.rubkwanschool.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5/</link>
		<comments>https://www.rubkwanschool.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 10 Nov 2012 14:15:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[main]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rubkwanschool.com/?p=131</guid>
		<description><![CDATA[ประโยชน์ของดนตรีต่อเด็ก  <br />ดนตรี เป็นศิลปะแห่งเสียงที่มนุษยชาติได้บรรจงสร้างสรรค์ขึ้นไว้ นับตั้งแต่ที่มนุษย์ได้ยินเสียงจาก<br />ธรรมชาติและพยายามลอกเลียนเสียง จนกระทั่งสร้างเสียงดนตรีขึ้นได้เสียงดนตรีอยู่คู่กับมนุษย์มาโดยตลอดไม่ว่าชนชาติใด <br />ภาษาใด ความเชื่อทางศาสนาใด ดนตรีสามารถเข้าไปอยู่ในวิถีชีวิตและวัฒนธรรมความเป็นอยู่ ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.rubkwanschool.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5/dsc01998/" rel="attachment wp-att-139"><img src="http://www.rubkwanschool.com/wp-content/uploads/2012/11/DSC01998-640x404.jpg" alt="" title="DSC01998" width="640" height="404" class="alignnone size-medium wp-image-139" /></a></p>
<div class="descboxusefulofmusic">ประพันธ์ศักดิ์ พุ่มอินทร์<br />
ประโยชน์ของดนตรีต่อเด็ก<br />
ดนตรี เป็นศิลปะแห่งเสียงที่มนุษยชาติได้บรรจงสร้างสรรค์ขึ้นไว้ นับตั้งแต่ที่มนุษย์ได้ยินเสียงจาก<br />
ธรรมชาติและพยายามลอกเลียนเสียง จนกระทั่งสร้างเสียงดนตรีขึ้นได้เสียงดนตรีอยู่คู่กับมนุษย์มาโดยตลอดไม่ว่าชนชาติใด<br />
ภาษาใด ความเชื่อทางศาสนาใด ดนตรีสามารถเข้าไปอยู่ในวิถีชีวิตและวัฒนธรรมความเป็นอยู่<br />
อันแสดงถึงความเจริญทางจิตใจและอารยะธรรมของมนุษย์ชนชาติต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี</p>
<p>การศึกษาดนตรีในปัจจุบันได้รับการยอมรับให้เป็นวิชาหนึ่งที่มีความจำเป็นต่อการพัฒนาเด็ก<br />
จากการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์พบว่า ดนตรีมีผลต่อการพัฒนาสมองเด็ก เนื่องจากในสมองมีสารเคมีบางตัวที่มีผลต่อความรู้สึก<br />
ความจำ การเรียนรู้ ความคิดสร้างสรรค์ ฯลฯ เราเรียกสารนี้ว่า สารสื่อสัญญาณในสมอง Neurotransmitter)<br />
ได้แก่<br />
สารเพื่อเกิดการกระตุ้น(excitatory)และสารเพื่อการยับยั้ง(inhibitory)สารเคมีทั้ง<br />
2 ชุดนี้ ช่วยทำให้เด็กมีความตั้งใจ สนใจการเรียนรู้ มีสมาธิ<br />
สารเคมีนี้จะหลั่งมากเมื่อมีเด็กมีกิจกรรมที่ผ่อนคลาย<br />
เช่น การออกกำลังกาย การได้รับคำชมเชย การเล่นเป็นกลุ่ม การร้องเพลง<br />
การได้รับการสัมผัสที่อบอุ่น การเล่นดนตรีและการเรียนศิลปะโดยไม่ถูกบังคับ<br />
กระบวนการเรียนรู้ที่กระตุ้นให้ผู้เรียนมีความสุขเกิดจากความสมดุลของสมองทั้งสองซีก<br />
เมื่อสารเอนโดฟีน (endophine) หลั่งออกมาทำให้เด็กมีความสุข<br />
เป็นการเสริมสร้างประสบการณ์ของการเรียนรู้ที่มีคุณค่า<br />
ถ้าสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้กระตุ้นให้เด็กมีความเครียด กดดัน<br />
แข่งขันเพื่อเอาชนะ จะเป็นสารแอนดรีนาลีน (adrenalin)<br />
ซึ่งเป็นการสร้างประสบการณ์เรียนรู้ที่ไม่พึงปรารถนา<br />
และสร้างความทรงจำที่ไม่ดีให้กับเด็ก</p>
<p>แนวคิดของความจำเป็นในการเรียนดนตรีสำหรับเด็กได้รับสำคัญมากขึ้นด้วยทฤษฎีความหลากหลายของสติปัญญา<br />
(Theory of Multiple Intelligences)<br />
ซึ่งโฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ (Howard Gardner) ได้ศึกษาและจำแนกความเก่งของคนไว้ 7 ประการหลัก ได้แก่<br />
1.ด้านภาษา (verbal/linguistic)<br />
2.ด้านดนตรี/ จังหวะ(musical/rhythmic)<br />
3.ด้านตรรกะและคณิตศาสตร์ (logical/ mathematical)<br />
4.ด้านการเคลื่อนไหว (body/kinesthetic)<br />
5.ด้านศิลปะ/มิติสัมพันธ์ (visual/spatial)<br />
6.ด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล/การสื่อสาร (interpersonal)<br />
7.ด้านความรู้สึก/ความลึกซึ้งภายในจิตใจ (intrapersonal)<br />
ความเก่งหรือความสามารถนี้มีรูปแบบการพัฒนาเฉพาะตัว<br />
มีรูปแบบที่แตกต่างกันไปตามสังคมและวัฒนธรรม<br />
แนวคิดนี้แตกต่างไปจากเรื่องIQหรือ ความฉลาด ซึ่งความเชื่อดั้งเดิมถือว่า<br />
ความฉลาดวัดได้จากการทดสอบในเด็กเพียงบางวิชา เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์<br />
ภาษาศาสตร์ แต่ปัจจุบันคำจำกัดความ<br />
ว่า?ฉลาด? ?เก่ง? ?พรสวรรค์? ได้เปลี่ยนไปแล้ว ดังเช่น<br />
-นักกีฬาชื่อดัง เช่น ภราดร ศรีชาพันธ์ หรือ<br />
-นักดนตรีอย่าง<br />
วาเนสซ่า เมย์ ก็ถือได้ว่าเป็นอัจริยะทางด้านต่าง ๆที่เขาและเธอถนัด<br />
ซึ่งสามารถทำได้ดีกว่าคนธรรมดาทั่วไปและเมื่อเรามองถึงภูมิหลังของบุคคลอัจฉริยะทั้งหลายจะพบว่า<br />
เขาเหล่านั้นไม่ได้บังเอิญเกิดมาเก่งเพียงอย่างเดียวแต่ได้รับการส่งเสริมอย่างถูกต้องและต่อเนื่องมาตั้งแต่เยาว์วัย<br />
จากครอบครัว พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ครู อาจารย์ โรงเรียน และสังคม<br />
ที่เอื้อหนุนให้ความเก่งของเขาเพิ่มพูนขึ้น<br />
จนสามารถเปลี่ยนความถนัดให้เป็นความสามารถพิเศษได้<br />
ความสามารถพิเศษทางดนตรีของมนุษย์<br />
เป็นศักยภาพที่พบมากในคนที่เล่นดนตรี ศิลปินดนตรี นักแต่งเพลง ผู้ควบคุมวง<br />
ผู้เรียบเรียงเสียงประสาน นักร้อง นักเต้นรำ<br />
ซึ่งบุคคลพวกนี้มีทักษะทางดนตรีในขั้นพิเศษกว่าคนทั่วไป เช่น<br />
เมื่อฟังเพลงแล้วสามารถจับจังหวะได้ สามารถบอกระดับเสียง<br />
เขียนเป็นโน้ตดนตรี<br />
ตีความบทเพลง รับรู้พลังของดนตรี<br />
ซึ่งบุคคลทั่วไปอาจฟังแค่เพลงนั้นไพเราะหรือถูกใจเพียงผิวเผิน<br />
แต่อย่างไรก็ดี ความสามารถทางดนตรีย่อมพัฒนาให้ดีขึ้นได้ด้วยการฝึกฝน เช่น<br />
หัดเล่นดนตรี ร้องเพลง อ่านโน้ต<br />
ฟังเพลงมาก ๆ<br />
การฝึกฝนทางด้านดนตรีที่ดี ผู้เรียนต้องมีแรงจูงใจ<br />
มีความอยากเรียนด้วยตนเอง มีความสุขเมื่อได้ทำกิจกรรมดนตรี<br />
มีความต้องการแสดงออกทางดนตรี ดังนั้น พ่อ แม่<br />
ผู้ปกครองควรสร้างรากฐานแห่งการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นตั้งแต่เด็กยังเล็ก<br />
ดังเช่นคำพูดที่ว่า ?กว่าจะถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว?<br />
เพราะว่าในช่วงแรกของชีวิต เป็นช่วงแห่งการเรียนรู้ที่ดีที่สุด<br />
เด็กที่ได้รับการเตรียมพร้อมโดยพ่อแม่<br />
ก่อนการเข้าเรียนในโรงเรียนย่อมได้เปรียบเด็กอื่น ๆ<br />
ที่มีกิจกรรมที่บ้านด้วยการดูโทรทัศน์ หรือเล่นเกมคอมพิวเตอร์<br />
การเรียนดนตรีก็เช่นเดียวกัน มีผู้ปกครองส่วนมากที่เข้าใจกันว่า<br />
เมื่อส่งลูกเข้าเรียนพิเศษในโรงเรียนดนตรีก็หวังว่าจะให้เด็กประสบความสำเร็จทางดนตรีเช่นเดียวกับ<br />
โมซารท์ (Mozart) คีตกวีเอกของโลก<br />
แต่ไม่ได้สร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ดนตรีที่บ้าน เช่น<br />
การเปิดเพลงให้ฟัง การพาเด็กไปชมการแสดงดนตรี<br />
ซึ่งหมายถึงประเภทของดนตรีที่ฟังด้วย<br />
เพราะดนตรีที่ส่งเสริมความคิดที่ดีต้องเป็นดนตรีที่กลั่นกรองมาดี เช่น<br />
ดนตรีคลาสสิก หรือ ดนตรีพื้นบ้าน ดนตรีไทย<br />
ดนตรีที่ไม่ได้รับการปรุงแต่งด้วยเทคโนโลยีจนผิดธรรมชาติ<br />
มีงานวิจัยทางดนตรีหลายชิ้นในต่างประเทศพบว่า ถ้าเด็กทารกได้ฟังเพลงคลาสสิกที่คัดสรรแล้ว<br />
เมื่อเด็กโตขึ้นจะมีพัฒนาการทั้งร่างกายและสมองเร็วกว่าเด็กปรกติ<br />
คือ ความสามารถทางการได้ยิน การใช้กล้ามเนื้อ การพูด การอ่าน ความมีสมาธิ<br />
การตอบสนองโดยทั่วไปดีกว่าเด็กปรกติ<br />
งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่มีชื่อเสียงมีชื่อว่า Mozart Effect<br />
ซึ่งนำเอาบทประพันธ์ของคีตกวีโมซาร์ทมาทดลองให้เด็กฟัง<br />
และสรุปบางตัวอย่างบทเพลงที่ควรให้เด็กฟัง<br />
ได้แก่ Divertomento K 136 ,Opera(Don Giovanni)-Deh Vieni Alla Finestra<br />
, Quintet for clarinet A Major K 581-2nd Movement , Sonata for 2 pianos<br />
D major K<br />
448-2nd Movement ฯลฯ ผลงานนี้มีขายทั่วไปและได้ทำทั้งรูปแบบ CD และ<br />
DVD<br />
ซึ่งมีภาพการ์ตูนประกอบบทเพลงให้เด็กได้ฟังเพื่อความเพลิดเพลินด้วย<br />
ผู้เขียนเคยเห็นผลงานเหล่านี้บางส่วนมีขายในศูนย์การค้าในประเทศไทยแล้วด้วย<br />
ดังนั้นสิ่งแรกที่พ่อ แม่ ควรเริ่มก่อนการส่งเด็กเข้าเรียนดนตรี นั่นคือ<br />
การสร้างสภาพแวดล้อมทางดนตรีที่ดี ด้วยการฟังดนตรีที่ดีตั้งแต่วัยทารก<br />
นักวิชาการบางท่านเชื่อว่า<br />
ควรฟังดนตรีตั้งแต่เด็กอยู่ในครรภ์มารดาด้วยซ้ำไป</p></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.rubkwanschool.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
